Select Page

ฝนนี้มาขับรถลุยน้ำท่วมกันดีกว่า ตกนิดเดียวก็ท่วมละ กับสาระน่ารู้ รถยนต์

ฝนนี้มาขับรถลุยน้ำท่วมกันดีกว่า  ตกนิดเดียวก็ท่วมละ กับสาระน่ารู้ รถยนต์

 

ฝนนี้มาขับรถลุยน้ำท่วมกันดีกว่า               

สำหรับสภาวะอากาศอันแปรปรวนอย่างในช่วยนี้ การเดินทางในเวลาที่ฝนตกหนักก็มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องขับรถลุยน้ำท่วมขัง ซึ่งก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นกับรถยนต์ของคุณได้ ฉะนั้นเราควรที่จะต้องเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน มาดูกันครับว่าถ้าหากน้ำเกิดท่วมขึ้นมาบนเส้นทางข้างหน้าเราจะแก้ไขอย่างไรดี

อันดับแรกเมื่อเราคาดการณ์ไว้แล้วว่าฝนจะตกหนักและที่ที่เราจอดรถอยู่เคยมีน้ำท่วมขังสูงหรืออยู่ในที่ลุ่ม ให้รีบเปลี่ยนที่จอดไปหาที่สูง ๆ ไว้ก่อน เช่น อาคารจอดรถ และถ้าน้ำเกิดท่วมขังขึ้นมาจริง ๆ ก็ให้สังเกตว่าน้ำลดระดับลงเรื่อย ๆ หรือไม่ ไม่ควรรีบขับรถลุยน้ำท่วมเพื่อกลับบ้านหรือไปที่อื่น ควรจอดทิ้งไว้บนที่สูงแล้วใช้บริการรถโดยสารจะดีกว่า และถ้าต้องจอดทิ้งไว้เป็นเวลานานก็ควรถอดขั้วแบตเตอรี่ออกไว้เพื่อเป็นการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร รวมทั้งเก็บสิ่งของมีค่าในรถกลับไปด้วย

ถ้าหากมีความจำเป็นต้องใช้รถก็ควรที่จะต้องศึกษาเส้นทางให้ดีเสียก่อนว่าเส้นทางที่เราจะไปนั้นมีน้ำท่วมขังสูงแค่ไหน รถของเราพอที่จะขับผ่านไปได้หรือไม่ จะได้ไม่ไปจอดเสียอยู่กลางทาง นอกจากจะอันตรายแล้วยังกีดขวางการจราจรอีกต่างหาก ควรหาทางลัดหรืออ้อมไปตามเส้นทางที่น้ำไม่ท่วมขังจะดีกว่า ยอมเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยดีกว่าจะต้องมาซ่อมรถนะครับ

 

วิธีขับรถตอนฝนตก

 

แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำจริง ๆ เราก็มีข้อแนะนำมาฝากกันนะครับ  ก่อนอื่นจะต้องปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าในรถทั้งหมด โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากการทำงานของพัดลมระบายความร้อนและสายพานคอมเพรสเซอร์ที่ติดตั้งในห้องเครื่องอยู่ในระดับต่ำจะหมุนพัดตีเอาน้ำหรือเศษขยะเข้ามาในห้องเครื่อง จนสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์ได้

ไม่ควรเร่งเครื่องแรง ๆ โดยไม่จำเป็น และควรใช้เกียร์ต่ำเท่านั้น หลายคนอาจจะกลัวว่าน้ำจะเข้ามาทางท่อไอเสีย แต่ในความเป็นจริงแล้วแค่รอบเดินเบาก็มีแรงอัดเพียงพอที่น้ำจะไม่เข้าไปทางท่อไอเสียแล้วครับ การเร่งเครื่องแรง ๆ จะทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงจนทำให้พัดลมหม้อน้ำทำงาน และจะพัดเอาน้ำเข้ามาในห้องเครื่องได้

ควรใช้เบรกบ่อย ๆ ให้แตะเบรกเป็นระยะ เนื่องจากน้ำจะทำให้เบรกลื่น การแตะเบรกบ่อย ๆ จะเป็นการช่วยไล่ความชื้นออกจากเบรกได้ แต่ก็ไม่ควรเหยียบเบรกแรง ๆ เพราะอาจจะทำให้ล้อล็อคได้เนื่องจากพื้นถนนที่มีน้ำขังจะลื่นกว่าปกติ รวมทั้งประสิทธิภาพการยึดเกาะกับพื้นถนนของหน้ายางจะทำได้ไม่เต็มที่ และหลังจากที่ผ่านการลุยน้ำมาได้ก็ให้ค่อย ๆ แตะเบรกเป็นระยะเพื่อไล่ความชื้นในระบบเบรกให้หมดไป

วิธีขับรถตอนฝนตก

เมื่อถึงบ้านให้รีบเปิดฝากระโปรงเพื่อตรวจสอบสภาพภายในห้องเครื่องว่ามีขยะหรือสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ภายในห้องเครื่องหรือไม่ ควรทำความสะอาดโดยใช้ผ้าแห้งซับน้ำที่เกาะอยู่ แล้วใช้ไดร์เป่าผมไล่ความชื้นออกให้หมดหรือจะใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดตามชั้วไฟต่าง ๆ ด้วยก็ได้ ถ้ามีแดดให้เปิดประตูรถทุกบานเพื่อผึ่งแดดป้องกันกลิ่นอับจากน้ำที่อาจเล็ดลอดเข้ามาภายในห้องโดยสารได้

ต่อมาเมื่อมั่นใจว่ารถแห้งดีแล้วให้ทำการตรวจเช็คระบบไฟฟ้าทุกระบบภายในรถ ตั้งแต่กระจกไฟฟ้า ไฟหน้าไฟเลี้ยว ไฟท้าย ทุกดวง ระบบปัดน้ำฝน เครื่องเสียง เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น จากนั้นให้ทดลองติดเครื่องยนต์ดู สังเกตเสียงว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจให้เข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการจะดีที่สุดเพื่อที่จะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

และประการสุดท้ายถ้าเป็นไปได้ให้ทำการเปลี่ยนถ่ายของเหลวทั้งหมด ตั้งแต่ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย จารบีหล่อลื่นช่วงล่างต่าง ๆ รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงในถังเพื่อความมั่นใจว่ารถของคุณจะไม่ถูกพิษจากน้ำมาทำร้ายให้ต้องมานั่งซ่อมกันอีกนะครับ

About The Author

PRAKANROD

แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ และประกันภัยอื่นๆ แบบครบวงจร

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

โปรโมชั่นประกันรถยนต์

โปรโมชั่นประกันรถยนต์